MyStory

ตั้งแต่เด็กๆก็อ่านหนังสือเก่งมาตลอด (ไอ้ที่เก่งๆเนี่ย ไม่ใช่หนังสือเรียนนะ การ์ตูนทั้งน้านนน) อ่านมันหมดตั้งแต่นิทานอีสป ขายหัวเราะ โดราเอมอน ดราก้อนบอล พอโตขึ้นมาหน่อยก็เข้าโหมดการ์ตูนตาโต อ่านมันหมดทั้งของถูกลิขสิทธิ์ กะของเก๊ สมัยม.ต้น มีเป็นตั้งๆ ก่อนจะทั้งขายทั้งบริจาคไปหมด (แอบเสียดาย แต่ท่านแม่ประกาศิตมา ขัดไม่ได้ ฮืออ T__T)พอขึ้นม.ปลาย ฉลาดขึ้นๆ เช่าร้านหนังสือมาอ่านแทน ประหยัดก่า อ่านได้เท่ากาน หุหุ

และแล้วก็เริ่มได้เห็นการ์ตูนที่ไม่เคยสังเกต เอ่ๆๆ รูปที่วาดออกแนวการ์ตูนผู้หญิง แต่ไหง หน้าปกมีแต่หนุ่มๆ อืม หน้าปกดูสวยดีแหะ (เป็นคนซื้อหนังสือเพราะปกส่วนนึงนะเนี่ย ม่ะดีเลย) มีเขียนมุมล่างๆไว้สีเด่นๆว่า "Boy's Love" เอาล่ะ ความน่าสนใจพุ่งกระฉูด อิอิ เลยทดลองซื้อมาเล่มนึง กลับมาอ่านที่บ้าน ช๊อก!!! ช๊อกคับ เอ่ออ อ่านแล้วพูดม่ะออก มันก็แนวๆการ์ตูนผู้หญิงที่มีอย่างว่าอ่ะนะ แต่พอเป็นชายกับชาย แถมภาพที่เค้าวาดมันดู....กว่าด้วย เลยเอ๋อกินไปเลย (เหอๆ ใจแตกแล้วตรู >''<) ด้วยความที่มัน"น่าสนใจ" เลยลองไปยืมๆเรื่องอื่นมาอ่านต่อ หลังจากอ่านเปนสิบเล่ม สรุปได้อย่างนึงว่า มันทำมาเพื่อให้ผู้หญิงอ่านนีนา (ผู้ชายเค้าไม่อ่านกานแน่ๆ ถึงอ่านก็น้อยย) จริงๆแล้ว ถ้าเรามองให้ตัวเอกตัวนึงเป็นผู้หญิง มันก็การ์ตูนตาโตดีๆนี่เอง มีทั้งสนุกและไม่ได้เรื่องผสมกานไป ขึ้นอยู่กะว่าโชคดีหรือโชคร้าย (แต่หลังๆเริ่มเชี่ยว จำคนแต่งเอา ว่าคนนี้แต่งดีแล้วค่อยอ่าน อิอิ)

แต่ไอ้พวกนี้ อ่านไปสักพักก็เอียน เลยเลิก ขึ้นมหาลัย ก็เลยเปลี่ยนแนวอ่าน ไปอ่านพวกนิยายแทน จากแรกๆซื้ออ่านเอา หลังๆเริ่มฉลาดไปอ่านตามเนต (เด๋วนี้หนังสือที่วางแผง มาจากในเนตทั้งน้านน)ยิ่งช่วงนี้ฝึกงาน ว่างจัด อ่านในเนตเป็นสิบๆเรื่องจนไม่มีไรให้อ่าน (มันมีเยอะ แต่ไม่น่าอ่าน) ก็ได้เพื่อนที่ฝึกงานแนะนำให้ เป็นนิยายเกย์ คนแต่งเอาตัวเอกมาจากพวก JR Junior อ่านๆไป เออ จินตนาการสูงส่งมาก คิดกานไปได้ อ่านจนจบไปหลายเรื่อง ชักอยากเห็นหน้าต้นแบบ ว่ามันดูเหมือนผู้หญิงมากเรยรึฟ่ะเนี่ย เอามาแต่งซะ
" ผิวขาวใส ผมสีน้ำตาลพริ้วสลวย ตากลมโต ริมฝีปากคลี่ยิ้มดูสว่างไสว เอวบาง น่ากอด"
เออ...พอนึกภาพตามแล้วยังงงๆ ผู้ชายแบบนี้ตรูเคยเห็นม่ะเนี่ย ?? ไปเปิดในเนตหาตัว JR คนนั้น ว่าหน้าตาเปนยังไง เห็นแล้ว งง หนักกว่าเก่า อ้าวว มันดูเหมือนผู้หญิงยังไงฟ่ะ ก็ดูเท่ๆดี (ไม่ถึงขนาดเท่มาก แต่ก็นะ ดูเป็นผู้ชายทั้งแท่ง) เลยอดชมคนแต่งไม่ได้ จินตนาการดีมาก (ยอมรับด้วยนะ ว่าคนเขียนแต่งสนุกมาก เราอ่านฟิคเค้าทุกเรื่องในบอร์ดเลย)

พออ่านในเวปนั้นหมด อ่าว หมดอีกแล้ว ม่ะมีไรทำ เลยไปเปิดหานิยายทั่วไปอ่านแทน ลองเข้าเวปเด็กดี หลังจากไม่ได้เข้าไปอ่านนาน(เค้าเปลี่ยนรูปแบบเวป ใช้งานยากขึ้นยังไงม่ะรู้ เวปดูอืดมั่กๆ) search หาจากที่คนอ่านเยอะๆ ดูๆไปสักพักเริ่มเห็นตัววงเล็บหลังชื่อเรื่อง "Yaoi" เอ๋ มันอารายฟ่า แถมมีขู่อีกนะ "สำหรับผู้นิยม Yaoi เท่านั้น คนอื่นอย่าเข้ามาอ่าน ไม่งั้นจะหาว่าไม่เตือน" อ่าว พูดงี้ตรูยิ่งอยากอ่าน เลยเข้าไปดูซะเลย อ่านไปแค่ไม่กี่บรรทัด รู้โดยประสบการณ์(ที่สั่งสมมา)ว่า อ่า..นิยายเกย์ นั่นเองง คราวนี้ ด้วยความสงสัย เลยลองsearch หาในนิยายของเด็กดี โดยใช้คำ search เดี่ยวๆว่า "Yaoi" ปรากฏว่า พรืด!! มาเป็นร้อยเรื่อง โอ้มายก๊อดด เมื่อสักปีที่แล้วตอนที่อ่านเด็กดีอยู่ ไม่เห็นมีเลยนีนา ตอนนี้มีเป็นร้อย เหอๆ แล้วจากที่สังเกตมา คนแต่ง...เปนผู้หญิงด้วย ส่วนฉากแบบนั้น...ก็ละเอียดซะด้วยสิ เลยแอบงงๆ ไปรู้เค้าได้ไงเนี่ย ว่าเค้าทำกันยังไง ตัวไม่ใช่ผู้ชายซะหน่อย อิอิ อ่านๆแล้วยังทำเอาเขินได้เลย โอ้ ละเอียดยิบ เห็นภาพ แต่ก็นะ..ได้ข่าวว่ากระแสต่อต้านก็มีเยอะเหมือนกัน ทำเอาบางเรื่องโดนแบนกันไปเลยก็มี (ทำเอาอดอ่านด้วย แหะๆ) แอบเห็นมาว่า ใน exteen ก็มีแนวๆนี้เขียนๆด้วยเหมือนกาน อิอิ

ถ้าอ่านแบบไม่คิดไรมาก(เหมือนเรา)มันก็หนุกดีนะ แต่ออกจะ....ไปหน่อยนึง เฮ้ออ นานาจิตตัง คนไม่ชอบแบบแอนตี้สุดๆก็มีเยอะ รอดูกันต่อไปว่ากระแสนิยมจะมาแรงขนาดไหน หวังว่าคงไม่มากเหมือนที่นิยมนิยายเกาหลีหรอกนะ อิอิ

หลังจากผ่านการสอบข้อเขียนภาษาไทย และสอบวัดอารายสักอย่างเป็นอังกิดมาเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาสอบสัมภาษณ์ซะที ตื่นเต้นๆๆ

จากที่ได้รู้มา รอบนี้จะเป็นสัมภาษณ์ไทยก่อน รอบหน้าเจอฝรั่งแน่ แอบลุ้นๆเสียวๆ จะผ่านรอบแรกไหมวา พอมาถึงโรงแรม โฟวิงค์ (four season wings มั้งนะ) ขึ้นไปห้องสัมภาษณ์ เจอพี่คนนึงหน้าห้อง ให้กระดาษเรามา 1 คู่ กะ 1แผ่น เปิดๆดู ไอ้คู่ๆก่อน อ่อ เขียนประวัติไรไปเรื่อย อันนี้ธรรมดา พอมั่วๆไหว อิอิ แต่พอดูอีกแผ่น เหออออ เจอคำถาม 3ข้อ ที่เหลือหน้าว่าง อ่าว กรำแล้วตู ลืมบอกไปนะเพื่อนๆว่าที่พูดมาทั้งหมด อังกิดล้วนๆคับ ตายแระๆๆ ไม่ได้เตรียมใจมาเลย dict ก็ไม่ได้เอามา ทำไงนั่น พอเข้าไปในห้องเตรียมสอบสัมภาษณ์ ก็หาที่นั่งจะมั่วเขียน อ้าวว เจอเพื่อนคณะเดียวกัน กะลังนั่งเขียนพอดีเลย เย้มีเพื่อนร่วมชะตากรรม อิอิ

เขียนๆไปก็มั่วๆไป ดีที่เพื่อนนั่งข้างๆเอา talking dict มา ไม่งั้นตายแน่ๆๆ พอเขียนเสดก็รอเรียกเข้าห้องสอบ มีคนมาสอบสัมภาษณ์กันก่อนแล้วตั้งแต่เช้า บางคนก็ผ่านทั้งสองรอบแล้วก็มี เก่งกันจัง แล้วก็ได้รุ้อีกว่า เด็กกาเสดมีผ่านมาแค่ 4คนเอง แต่สอบสัมภาษณ์ผ่านไป 2 แย้ว เหลือเรากะคนนั่งข้างๆเรา โอย ตื่นเต้นหนักขึ้นๆๆพอมาถึงตาเรา เข้าไปปุ๊ป เจอคนไทย เฮ้อ โล่งเล็กๆ อย่างน้อยก็ชาติเดียวกาน แต่ะพี่ท่านพูดปุ๊ป เริ่มรัวอังกิด อ่าวกรำ ต้องสัมภาษณ์อังกิด มั่วมากเลย ถามคำถามที่ตอบยากๆ แถมเราก็โง่ศัพท์ ฮืออ กลายเป็นว่า พูดไทยปนอังกิดมั่วไปหมด นั่งสอบไปรู้ชะตาตัวเอง ตกแน่ๆๆ ถ้าผ่าน คนสอบก็มึนแระ แล้วก็คิดต่อว่า นี่ขนาดคนไทย ถ้าเจอฝรั่ง พูดไทยกะเค้าไม่ได้เลย ตายหนักก่านี้ ตอนสอบไม่เหลือความตื่นเต้นเลย เหลือแต่ความเครียด เครียดเพราะนึกคำไม่ออก ตอบไม่ได้ เศร้าใจตัวเอง ทำไมโง่อังกิดจังฟ่ะ

หลังจากนั่งมั่วตอบๆมาได้ 4oนาทีมั้ง เค้าก็พูดไทยว่า เอาล่ะ ผมหมดคำถามแล้ว มีไรจะถามไหม ไอ้เรารู้ตัวว่าตกอยู่แระ ไม่ถามโว้ยๆๆ พอบอกเค้าว่า ไม่มีค่ะ เค้าดันบอกมาว่า แต่ทุกคนถามหมดนะ คุณถามหน่อยเถอะ กรำ ถามก็ได้ฟ่ะ เลยถามๆไป สองสามอย่าง จนคำถามสุดท้าย คาใจ เลยถามไปว่า ตอนทำงานนี่พูดภาษาไรค่ะ เค้าตอบกลับมาหน้าตายมาก อังกิดสิครับ เราบริษัทต่างชาตื ต้องสื่อสารกันให้เข้าใจตลอดอยู่แล้ว เหอๆๆ ตอนนั้นถึงได้คิดได้ว่า นู๋ยังห่างชั้นอยู่นักก เหอๆๆ

ออกจากห้องสัมภาษณ์มานั่งไม่ถึง 5นาที ผลสอบก็ออกมาแระ ไม่ต้องเดา รู้ๆกันอยู่ กลับบ้านได้เลยค่ะ เหอๆ พี่หน้าห้องเค้าใจดีอ่ะ โอ๋เราใหญ่เลย พอออกจากโรงแรมมาสักพัก โทรไปหาเพื่อนๆอีกคนที่น่าจะสอบเสดแล้ว ปรากฏว่า ตกเช่นกัน เย้ มีเพื่อน อิอิ

แต่นแตนแต้นนน!!>>>>>>

ในที่สุด ก็ได้อัพซะที แหมม ไม่ใช่ขี้เกียจนา เพียงแต่มันไม่มีไรจะอัพต่างหาก หลังจากหัวสมองว่างเปล่ามานาน คราวนี้เลยมีความรู้สึกว่า เอาล่ะ!! ถ้ามีเรื่องไรน่าเม้าท์จะเก็บมาเล่าในblog บ้างง

เอาล่ะๆ มาเริ่มกานดีก่า........(ขอพาดพิงชื่อเพื่อนๆเลยล่ะกานเนอะ อิอิ)
วันอาทิตย์หลังจากมาถึงหอปุ๊ป ด้วยความหิวบวกกับความอยากกิน (คนอ้วนก็งี้ T_T) เอาของไปวางที่ห้องเรียบร้อยก็จัดการลงมาซื้อลูกชิ้นทันที เพื่อนๆคงรู้ช่ายมาว่าร้านไหน ร้านขายก๋วยเตี๋ยวปลาอ่ะ ที่ว่าราคาแพงๆ ก็มาซื้อกับเค้าหลายหนแระ ด้วยการคำนวณที่รอบคอบของฝน ทำให้สรุปได้ว่า ซื้อลูกชิ้นลวก+ขอน้ำจิ๋ม จะถูกกว่าซื้อแบบที่ให้เค้ายำสำเร็จรูป อิอิ เดินมาถึงก็สั่งๆๆ แล้วก็ยืนรอ.....สักพัก ก็มีคนในร้านคนนึงเดินมาถาม (ถ้าคนเคยไปกินคงจะเคยเห็นหน้า เป็นผู้ชายอ่ะ ผมหยิกหน่อยๆ แล้วก็มักจะมีกระเป๋าเก็บตังค์สะพายอยู่ที่เอว อ่า...ไม่แก่นะงับ) สรุปเป็นบทสนทนาให้ฟัง
คนขาย - "สั่งรึงยังคับ"
ป๋ม - "สั่งแล้วค่า" (พูดเพราะๆไว้ก่อน อิอิ)
คนขาย- "เป็นคนแถวนี่รึคับ เห็นหน้าคุ้นๆ"
ป๋ม - (คำพูดแบบนี้...เริ่มแปลกๆ เอาน่ามองโลกในแง่ดี)
"ก็อยู่หออ่ะค่ะ" ^_^(พร้อมแสดงท่าทางชี้ไปที่หอ)
คนขาย - "อ่ออ..."(แล้วก็ยิ้มหวาน)
ป๋ม - O_O (ขนลุกกระทันหัน)
คนขาย - "เห็นเดินแถวนี้บ่อยๆ จำหน้าได้"(อ่าวเพ่ ไหนบอกว่าแค่คุ้นๆ ตานี่เล่นจำหน้าได้เลย เหอๆ)
ป๋ม - -_-! (เริ่มวางหน้าไม่ถูก)
คนขาย - "เออ..เห็นเดินกับคนนึงบ่อยๆอ่ะ ผมยาวๆหน่อย สูงๆ ขาวๆ เดินด้วยกันประจำ"
ป๋ม - (เริ่มขำๆในใจ ตอนนั้นคิดว่าเค้าพูดถึง"ปอ"ชัวร์ !! อ่าแฮ่ม เห็นปอสวยอ่ะดิ อิอิ )
"ค่ะ" (จะให้พูดไร พูดได้คำเดียว ค่ะๆๆ )
คนขาย - "เค้าเป็นทอมรึป่าว"
ป๋ม - O_o?(เอาล่ะคับ งงคับ งง ปอเนี่ยนะ ทอมตรงไหน ไม่มีส่วนไหนเหมือนทอม ทั้งรูปร่าง หน้าตา และการแต่งตัว ตอนนั้นเลยตัดปอออกจากสารระบบทันที แล้วถ้าไม่ใช่ปอ.......คนที่เดินด้วยบ่อยๆ เป็นผู้หญิง สูงๆ ขาวๆ ก็เหลือคนเดียวอ่ะจิ........นู๋ฝนนี่เอง คิดถึงตรงนี้ก็ขำกลิ้งเลย 555+ นู๋ฝนเรากลายเป็นทอมไปแระ)
"ทอมหรอค่ะ ไม่มีค่ะ ผู้หญิงทั้งน้านน" (พูดเองตัวเองก็ขำ เหอๆ ทอมๆๆๆ มีแต่คำว่าทอมวนเวียนเต็มหัว อิอิ)
คนขาย- "หรอคับ" ^_^(ยิ้มหวานอีกแย้วว ฮือ น่ากัว)
(หลังจากพูดจบก็เดินไปเก็บเงิน โต๊ะอื่น แล้วก็ไม่วายหันมายิ้มบ่อยๆ น่ากัวอ่ะแม่จ้า ฮือ ไปยิ้มกะฝนไป๊ อิอิ แอบมองลูกชิ้นตัวเอง อ่าว ก็มีคนลวกเสดแล้วนี่หว่า ไม่เอามาให้ตูซะที จะได้รีบไป แล้วตานี่ก็เดินผ่านสายตามาอีกแระ ดูแลลูกค้าดีจิงง T_T)
คนขาย - "สั่งไรมั่งคับเนี่ย"
ป๋ม - "ลูกชิ้นอย่างเดียวอ่า"
(ว่าแล้ว เค้าก็เดินไปหยิบใส่ถุงให้ เลยขอน้ำจิ๋มเค้าไปด้วย ปรกติเห็นร้านนี้ให้น้ำจิ๋มไม่ค่อยเยอะ แต่คราวนี้ เย้ๆๆ เยอะดีจัง อิอิ ไม่ต้องขอเพิ่มด้วย โย่ว เด๋วจะมาให้ถามเรื่องฝนบ่อยๆนะเจ้า)

เดินกลับมาก็นึกๆไป ฝนเหมือนทอมตรงไหนนี่......ออกจะป๊อปปูล่าจะตาย อิอิ